เที่ยวปราณบุรี
วันแรกการเดินทาง กรุงเทพฯ - ปราณบุรี
05.30 น. พนักงานบริษัท พีซ แอนด์ เนเชอรัล ทราเวล จำกัด พร้อมกันที่จุดนัดหมายเพื่อจัดเตรียมรถ และดูแลความเรียบร้อย
06.00 น. คณะพร้อมกันที่จุดนัดหมายโดยมีมัคคุเทศก์ของเราคอยต้อนรับและ อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าพร้อมรับประทานอาหารเช้าแบบกล่อง
07.00 น. ออกเดินทางสู่หัวหิน สนุกสนานกับกิจกรรมบนรถ และกิจกรรมบัสแรลลี่พร้อมรับประทานอาหารว่างระหว่างการเดินทาง (ขนมขบเคี้ยวและ น้ำดื่ม)
10.30 น. นำท่านชมเขาวัง พระราชวังที่กล่าวถึงในข้างต้นนั้น เป็นพระราชวังที่สร้างอยู่บนยอด เขาสมณะ ซึ่งเป็นภูเขาที่มียอดใหญ่ 3 ลูก ลูกที่สูงที่สุดก็สูงถึง 92 เมตรเลยทีเดียว ภูเขาลูกนี้นั้น แต่เดิมชื่อเขาสุมนหรือเขาคีรี ดังนั้นพระราชวังที่สร้างขึ้นจึงมีชื่อว่า "พระนครคีรี" แต่ชาวบ้านมักจะเรียกติด ปากกันว่า "เขาวัง" มากกว่า  ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังจาก ที่พระองค์ทรงเถลิงถวัลย์สู่ราชสมบัติได้ 7 ปี พระองค์ทรงเสด็จประพาสเขาคีรี และทรงโปรดปรานทัศนียภาพเป็นยิ่งนัก แลเห็นควรว่าเทือกเขานี้น่าจะเหมาะ แก่การสร้างพระราชวังฤดูร้อน จึงได้โปรดฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรี สุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้คุมงาน ก่อสร้างพระราชวังบนเขา นี้ให้มีทั้งตำหนัก น้อยใหญ่ ตลอดจนวัดประจำราชวังอย่าง พร้อมสรรพ โดยใช้เวลาในการสร้าง บนยอดเขาทั้ง 3 ลูกจนแล้วเสร็จเพียง 2 ปี ซึ่งตำหนักต่างๆ ที่สร้างขึ้นนั้น ก็ ออกแบบตามประเพณีนิยมในสมัยกรุงรัตน โกสินทร์ตอนกลาง นั่นคือสร้างเป็น แบบตะวันตก นีโอ-คลาสสิค ผสานกับงาน สถาปัตยกรรมแบบจีน หลังจาก สร้างวังจนแล้วเสร็จ โดยเปลี่ยนแม่งาน จากสมเด็จเจ้าพระยา บรมมหาศรีสุริยวงศ์ มาเป็นเจ้าพระยาเพชรนิสัย ศรีสวัสดิ์ ปลัด เมืองเพชรบุรีแล้ว รัชกาลที่ 4 จึง เสด็จมาเปิดพระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ แล้วพระราชทานนามยอดเขาก่อนว่า "ยอดเขามหาสวรรค์" และพระราชทานนามพระราชวังว่า"พระนครคีรี"
ภายหลังจากที่สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จมาเปิดพระนครคีรี และเสด็จประทับเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2404 นับแต่นั้นมา วังนี้จึงกลายเป็นพระราช วังหลังโปรดอีกแห่งที่พระองค์ทรงเสด็จมาประทับแรมอยู่เสมอ
ครั้นถึงแผ่นดินใหม่ในสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ไม่ทรงโปรดฯ จะเสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขา แต่โปรดฯ ที่จะใช้พื้นที่ราบลุ่มในจังหวัดเดียวกันนี้ สร้างพระราชวังขึ้นอีกแห่ง แต่แห่งใหม่นี้ใช้เป็นพระราชวังฤดูฝนแทนพระนครคีรีที่ พระราชบิดาใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน วังนี้จึงเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา
12.30 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ ภัตตาคาร ไฮ้เปียง หัวหิน
14.45 น. เดินทางถึงโรงแรม Check In at Private area พร้อมการต้อนรับจากโรงแรม
ด้วยผ้าเย็น และน้ำดื่มเย็นๆ

ล้างหน้า ล้างตา เตรียมตัวเล่นเกม มันส์ มันส์ โดยทีมงานมือโปร จาก พีซ แอนด์ เนเชอรัล ทราเวล

การเล่นเกมส์ หรือการละลายพฤติกรรม โดยการแบ่ง ออกเป็น 5 สี สีละ เท่าๆ โดยทางทีมงาน พีซ แอนด์ เนเชอรัล ทราเวล จะแจกผ้าพันคอคนละสี ให้คนละ1 ผืน. (เขียว - แดง - ส้ม - ฟ้า - เหลือง )

15.00 น. กิจกรรมสันทนาการ (ละลายพฤติกรรม) อาทิเช่น..
กิจกรรม Walk Rally :

  • บ้านในฝันฉันและเธอ (House of Rope)
  • สายใยสัมพันธ์ (Spider Man)
  • สถานีเติมน้ำใจให้กัน (Coffee Break)
  • ร่วมด้วยช่วยกัน
  • ขุมทรัพย์มหาสมบัติ
    16.00 น. กีฬาฮาเฮ (แข่งรวมทุกทีม) เลือกจาก 3 ประเภท
  • มนุษย์จอมพลัง 4 ทิศ
  • โบว์ลิ่ง ฟริ้นท์สโตน
  • แต่งตัวน้องไปโรงเรียน
  • ขี่จรวดท่องอวกาศ
  • ปู่โสมเฝ้าทรัพย์
    17.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย และเตรียมตัวสำหรับ ปาร์ตี้สุดมันส์ คืนนี้ แล้วอย่าลืมแต่งตัว ให้จี๊ดจ๊าด..สุดเปรี้ยว.. เพื่อร่วมแข่งขัน...แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดโดน...ใจ.. เพื่อนร่วมงานมากที่สุด.
    (ตัดสินโดยการ ให้เพื่อนร่วมงาน วางเหรียญไว้ในภาชนะซึ่งวางอยู่ด้านหน้าคนแข่งคนละหนึ่งเหรียญ)
    18.30 น. ประธานกล่าวเปิดพิธี และประกาศผลการแข่งขันกิจกรรม มอบของรางวัล
    ที่ระลึกสำหรับแต่ละทีม.
    19.00 น. ดนตรีบรรเลง
    19.30 ผู้แข่งขันเดินโชว์ตัว และแสดงความสามารถ.
    20.00 น. ดิ้นสุดเหวี่ยง กับดนตรี สุดมัน พร้อมแดนซ์เซอร์ สาวสวย (ที่บ้านหาดงาม)
    21.00 น. ผู้แข่งขันเดินโชว์ตัว อีก หนึ่งรอบ.. กรรมการวางภาชนะด้านหน้าผู้แข่งขันและ
    ให้เพื่อนร่วมงาน.
    ร่วมโหวต โดยการหยอดเหรียญ คนละหนึ่งเหรียญ ผู้ที่ได้เหรียญ มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ.
    22.00-23.00 น. ดิ้นสุดเหวี่ยง.. มันส์.. สุด..สุด..กับดนตรี..และ.. นักร้องสาวสวย..
    23.30 น. กู๊ดไนท์..ราตรีสวัสดิ์.. ณ ที่พัก...ปราณบุรี
     
    วันที่สอง การเดินทาง ปราณบุรี - กรุงเทพฯ
    07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่ โรงแรมเตรียมไว้บริการ
    08.30 น. ชื่นชมธรรมชาติโดยรอบ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกพร้อมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี
    พักผ่อนตาม อัธยาศัย
    09.00 น. เช็คเอ๊าท์ ออกจากโรงแรม เตรียมตัว ท่องเที่ยว..
    10.00 น. แวะนมัสการ หลวงปู่ทวด วัดห้วยมงคล

    วัดห้วยมงคล เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เดิมใช้ชื่อว่า "วัดห้วยคต" ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยคต ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามใหม่จากห้วยคต เป็นห้วยมงคล ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นทั้งชื่อหมู่บ้าน วัด โรงเรียน และโครงการต่างๆ อีกมากมาย

    กว่าสี่สิบปีแล้วที่หมู่บ้านห้วยมงคล เป็นที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาเยี่ยมประชาชนด้วยโครงการต่างๆที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพสกนิกรให้มีฐานะดีขึ้น ประชาชนมีสุขกันทั่วหน้าและโครงการต่างๆ ก็ดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะมีส่วนราชการให้การดูแล รวมทั้งทรงอุปถัมภ์วัดห้วยมงคลไว้ให้เป็นที่พึ่งทางใจสำหรับชาวบ้าน

    ต่อมาพระครูปภัสรวรพินิจ หรือพระอาจารย์ไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคลองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นพระนักพัฒนาที่มีศีลจารวัตที่ดีงามเป็นที่เคารพของคนในชุมชนบ้านห้วยมงคล และพลเอกวิเศษ คงอุทัยกุลรองสมุหราชองครักษ์ได้มีดำริที่จะสร้าง "หลวงพ่อทวด" องค์ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ รวมทั้งเผยแพร่และสืบทอดพระพุทธศาสนาอีกทั้งให้เป็นที่เคารพสักการบูชาและเป็นที่พึ่งทางใจของเหล่าพุทธศาสนิกชน

    ด้วยเรื่องราวปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) ที่พุทธศาสนิกชนในภาคใต้ให้ความเคารพเลื่อมใสมาเป็นเวลานาน และรู้จักกันเป็นอย่างดี จึงก่อเกิดการร่วมมือร่วมใจจากหลายองค์กรทั้งทางภาครัฐและเอกชนในการสร้างประติมากรรมองค์จำลองหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยกาลนี้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร เททองหล่อองค์หลวงพ่อทวด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2547 และพระราชทานพระราชานุญาตให้คณะกรรมการจัดสร้างอันเชิญพระนามาภิไธยย่อ ส.ก. ขึ้นประดิษฐานที่หน้าองค์รูปหล่อองค์หลวงพ่อทวด

    บัดนี้รูปหล่อหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งหล่อด้วยโลหะผสม หน้าตักกว้าง 9.9 เมตร สูง 11.5 เมตร บนฐานสูง 3 ชั้น ชั้นล่างกว้าง 70 เมตร ยาว 70 เมตร ได้จัดสร้างเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย พร้อมที่จะให้พุทธศาสนิกชนทั่วทั้งประเทศได้เดินทางมานมัสการกราบไหว้ เคารพสักการะ ด้วยเส้นทางที่สะดวกต่อการคมนาคม

    นอกจากนี้ที่วัดห้วยมงคลแห่งนี้ยังมีหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดแกละสลักจากได้ตะเคียนทองขนาดใหญ่อายุกว่าพันปี ที่ฝังอยู่ในทรายใต้แม่น้ำยม จังหวัดแพร่ลึกกว่า 10 เมตร ชาวบ้านเชื่อกันว่าต้นไม้ที่มีแก่นสูง 1 คืบขึ้นไปจะมีรุกขเทวดาสถิตอยู่เพื่อดูแลปกป้องคุ้มครองคนที่มาสักการบูชา เมื่อนำต้นตะเคียนทองมาทำรูปเคารพ เช่นแกะเป็นหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดจึงมีอนุภาพและความศักดิ์สิทธิ์เป็นทวีสิทธิ์ ดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ

    11.30 น. รับประทานอาหารเที่ยง ที่ ชมวิว ซีฟูด
  • ยำซีฟูด หรือ ยำผักบุ้งกุ้งกรอบ หรือ ยำหมึกสด
  • กะพงทอดราดน้ำปลา หรือ ราดน้ำ๓รส หรือ สมุนไพร
  • ต้มยำทะเล หรือ แกงส้มชะอมกุ้ง หรือ แกงเลียงกุ้งสด
  • หอยแมลงภู่อบ หรือ แครงเผา หรือส้มตำปูม้า
  • กุ้งผัดหน่อไม้ฝรั่ง หรือ ผัดโป้ยเซียน
  • หอยจ้อ
  • ปูม้าผัดผงชายชอบ
  • ข้าวผัดปู หรือ ข้าวผัดคะน้าปลาเค็ม (ข้าวเปล่า)
  • น้ำแข็ง หรือ น้าเปล่า หรือ ผลไม้
    14.00 น. นำท่านชมพระราชนิเวศน์มฤคทายวันรัชกาลที่ 6 โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2466 ได้รับขนานนามว่า "พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง" ลักษณะเป็นพระตำหนักไม้สองชั้น หันหน้าออกสู่ทะเล พระตำหนักฝ่ายในอยู่ปีกขวา ทางปีกซ้ายเป็นส่วนของฝ่ายหน้าประกอบด้วยพระที่นั่งสามองค์เชื่อมต่อ ถึงกันโดยตลอด พระที่นั่งสุนทรพิมาน เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรชายา พระที่นั่ง พิศาลสาครเป็นที่ประทับของพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นหมู่พระที่นั่งตรงกลางประกอบด้วยห้องต่าง ๆ สำหรับสำราญพระอิริยาบถ ห้องพักข้าราชบริพารที่คอยรับใช้ใกล้ชิด ห้องทรงพระอักษร และพระที่นั่ง สโมสรเสวกามาตย์ เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่งใช้เป็นที่ประชุมในโอกาสต่าง ๆ และเป็นโรงละคร ซึ่งเคยจัดแสดงละครครั้งสำคัญ 2 ครั้ง คือ เรื่องพระร่วง และวิวาห์พระสมุทรในปี พ.ศ.2484 เจ้าพระยาราราพได้สร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวายเป็นพระราชานุสรณ์ประดิษฐานไว้ ณ ท้องพระโรงพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และได้จัดงานบำเพ็ญ พระราชกุศลถวายเป็นพระราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นประจำทุกปี
    16.00 น. เดินทางกลับกรุงเทพ ฯ ระหว่างทางแวะซื้อของฝาก.. ที่ Outlet..
    19.00 น. ถึงกรุงเทพ ฯ โดยสวัสดิภาพ